แพ้ท้องอยู่ใช่ไหม ต้องทำอย่างไรมีคำตอบ

15

อาการแพ้ท้อง เป็นอาการขั้นพื้นฐานที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกคนน่าจะทราบกันดี โดยเป็นภาวะที่เกิดขึ้นมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง หรืออีกสาเหตุก็คือความเครียดที่อยู่ภายในจิตใจ โดยที่อาการแพ้ท้องเป็นอาการที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถดูแลเพื่อไม่ให้เกิดอาการที่หนักขึ้นได้ จึงต้องคอยดูแลคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์ทั้งการรับประทานอาหาร ที่ไม่ควรรับประทานอาหารที่ไม่ร้อน หรือเย็นจนเกินไป และหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นความรู้สึกภายในจิตใจ ที่สำคัญคือการพักผ่อนให้เพียงพอ

อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไร

อาการแพ้ท้องเป็นอาการที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์จะต้องเผชิญ โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังท้องแรก จะมีโอกาสที่มีภาวะที่รุนแรงกว่าปกติ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้องนั้นในตอนนี้ยังไม่ได้มีเจาะจงลงมาชัดเจนว่าเกิดมาจากอะไร โดยความน่าจะเป็นที่ใกล้เคียงที่สุดที่ทำให้เกิดอาการแพ้ท้องมีดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่มาจากเด็กทารกในครรภ์และรกทำให้ปริมาณฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น
  • อาจเกิดจากสภาวะทางด้านจิตใจที่มีความเครียด
  • สัญชาตญาณการต่อต้านอาหารที่อาจส่งผลต่อเด็กในครรภ์จึงทำให้เหม็นกลิ่นอาหาร

อาการแพ้ท้องมีอะไรบ้าง

โดยปกติแล้ว อาการแพ้ท้องจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมีอาการที่เด่นชัด และรุนแรงที่สุดก็คือช่วงสัปดาห์ที่ 4-6 โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับหลังผ่านช่วงสัปดาห์ที่ 12-14 ไปแล้ว โดยที่อาการแพ้ท้องสามารถเกิดขึ้นไปตลอดช่วงเวลาในการตั้งท้อง สำหรับอาการแพ้ท้องที่มักจะแสดงออกมาอย่างชัดเจนก็จะมีดังนี้

  • คลื่นไส้อยากอาเจียน
  • เวียนศีรษะ
  • รู้สึกแสบลิ้นปี่
  • เหม็นกลิ่นสิ่งต่าง ๆ เช่น กลิ่นอาหาร เป็นต้น

ทำไมผู้ชายจึงมีอาการแพ้ท้องแทนภรรยา

มักจะมีคำพูดที่ได้ยินกันเป็นประจำสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ โดยคำว่า แพ้ท้องแทนเมีย ถือเป็นอาการที่คุณผู้ชายจะมีอาการที่คล้ายกับคุณผู้หญิง โดยสาเหตุของอาการดังกล่าเรียกว่า “Couvade Syndrome” โดยที่สาเหตุที่เกิดขึ้นของอาการดังกล่าวก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน แต่คาดการว่าน่าจะเกิดมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเมื่อรู้ว่าตนเองกำลังจะมีบุตร ก็จะส่งผลให้คุณผู้ชายมีฮอร์โมนความตื่นเต้น หรือความกังวนเกิดขึ้นมานั่นเอง

อาการแพ้ท้อง อาจจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงเท่าไหร่ และสามารถดูแลรักษาตามความเหมาะสมได้ แต่ถ้าหากคุณแม่ท่านไหนที่มีอาการรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรเข้ารับคำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้ดูแล ไม่ควรหาซื้อยามาทานเอง เพราะอาจจะมีผลต่อลูกน้อยโดยตรง การพักผ่อนให้เพียงเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะนอกจากร่างกายจะได้พักฟื้นแล้ว ก็จะทำให้สมองปลอดโปร่งได้อีกด้วย